fbpx

ระวัง 6 โรคที่วัย 40+เสี่ยงเป็นได้

เมื่อถึงวัย 40+ โอกาสที่เกิดโรคต่างๆก็มากขึ้น เพราะร่างกายจะเริ่มมีการเสี่ยมของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย มาดูกันว่าจะมีโรคอะไรกันบ้าง

1.มะเร็ง

มะเร็ง เป็นโรคที่ไม่มีใครอยากให้เกิดกับตัวเองหรือคนที่เรารัก ดังนั้น หากคุณมีญาติสายตรงเป็นมะเร็งอย่างน้อย 1 คน คุณก็เสี่ยงกว่าคนอื่นแล้ว

ปัจจัยและความเสี่ยง

  • สิ่งแวดล้อมและการใช้ชึวิตในปัจจุบัน 90 เปอร์เซนต์
  • รับสารปนเปื้อนจากอาหารและเครื่องดื่ม
  • รับมลพิษทางอากาศ รังสี
  • ติดเชื้อไวรัส พยาธิ แบคทีเรีย
  • พฤติกรรมที่ทำในชีวิตประจำวัน เช่น สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รับประทานอาหารไขมันสูง อาหารหมักดอง อาหารปิ้งย่าง
  • ความเครียดสะสม
  • ยีนส์ที่ถ่ายทอดทางพันธุ์กรรม

2.อัลไซเมอร์

เป็นโรคที่พบได้บ่อยที่สุดของภาวะสมองเสื่อมทั้งหมด แม้ว่าโรคนี้จะพบบ่อยในกลุ่มผู้สูงอายุ แต่โรคนี้ก็สามารถเกิดได้กับวัยทำงานได้เช่นกัน ในทางการแพทย์ได้มีการศึกษาเพื่อหาวิธีป้องกันและรักษาซึ่งถ้าวินิจฉัยและรักษาได้ถูกต้องรวดเร็ว จะช่วยให้อาการทุเลาขึ้น การดำเนินโรคช้าลง หรือบางกรณีอาจสามารถรักษาให้กลับคืนเป็นปกติได้

ปัจจัยและความเสี่ยง

  • ผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมที่พบใหม่ ร้อยละ 50 ถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคอัลไซเมอร์
  • คนทั่วไปเมื่ออายุมากกว่า 65 ปี ทุก 5 ปี ความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
  • เพศหญิงจะพบความเสี่ยงมากกว่าเพศชาย เมื่ออายุมากกว่า 85 ปีขึ้นไป
  • ยีนส์บางตัวกลายพันธ์
  • สารพิษโลหะหนัก
  • ความเครียดเรื้อรังสะสม
  • โรคไขมันในเส้นเลือดสูง
  • โรคซืมเศร้า
  • ขาดการออกกำลังกาย

ในปัจจุบันเราสามารถรู้ก่อน เพื่อหาทางป้องกันได้ จากการตรวจสุขภาพแบบเชิงลึกระดับยีนหรือการใช้เครื่องมือที่ทันสมัยร่วมวินิจฉัยตั้งแต่เริ่มต้น

3.โรคหลอดเลือดในสมองแตกหรือตีบ

ปวดหัวบ่อย ไขมันและความดันในเลือดสูง ควรรีบมาพบแพทย์ ผู้ป่วยมีเวลา 270 นาทีก่อนที่เนื้อสมองจะตาย ผู้ป่วย 2 ใน 3 อาจจะพิการตลอดชีวิตหากพบแพทย์ไม่ทันเวลา

ปัจจัยและความเสี่ยง

  • อายุที่เพิ่มขึ้น
  • มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน โรคเครียด โรคหัวใจ เป็นต้น
  • ขาดการออกกำลังกาย
  • รับประทานอาหารที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย เช่น อาหารปิ้งย่าง อาหารที่มีไขมันสูง

สัญญาณหรืออาการที่ควรรู้

  • กล้ามเนื้อหน้าอกอ่อนแรง ปากเบี้ยว หลับตาไม่สนิท น้ำลายไหล มุมปากตก ไม่สามารถยิ้มหรือยิงฟันได้
  • แขนหรือขาอ่อนแรง ซีกใดซีกหนึ่ง ยกไม่ขึ้น หรือยกขึ้นค้างได้ ไม่นานก็ตกลง
  • พูดลำบาก พูดจาติดๆ ขัดๆ พูดไม่ชัด นึกคำพูดไม่ออก

ในปัจจุบันเราสามารถดูแลและป้องกันตัวเองจากสโตรกได้ ด้วยการตรวจสุขภาพร่างกายแบบเฉพาะเจาะจงในกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูง

4.โรคหัวใจ

โรคหัวใจ ทำให้คนเสียชีวิตเป็นอันดับ 2 รองจากโรคมะเร็ง โรคหัวใจนั้นมีหลายประเภท แต่ที่พบได้บ่อยคือ โรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน กล้ามเนื้อหัวใจตาย หัวใจเต้นผิดจังหวะ และโรคหัวใจหยุดเต้นฉับพลัน ปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจนั้น มีทั้งที่ควบคุมได้และไม่สามารถควบคุมได้ และถ้ามีคนในครอบครัวเป็นคุณก็เสี่ยงที่เป็นได้เช่นกัน และมีปัจจัยทั้งควบคุมได้และไม่สามารถควบคุมได้

ปัจจัยที่ควบคุมได้

  • รักษาระดับความดัน น้ำตาล และ คอเลสเทอรอล ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ รักษาน้ำหนักไม่ให้เกินเกณฑ์
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่
  • ทำจิตใจให้ผ่อนคลายไม่เครียดหรือวิตกกังวลมากเกินไป หางานอดิเรกทำเช่น อ่านหนังสือ ทำงานฝีมือที่ชอบ ไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้

  • ในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ สมาชิกคนอื่นในครอบครัวจะมีความเสี่ยงด้วย
  • อายุที่เพิ่มขึ้น แนะนำมาตรวจสุขภาพหัวใจอย่างสม่ำเสมอ สำหรับคนอายุ 40 ปี ขึ้นไป
  • ผู้ชายมีความเสี่ยงมากกว่าผู้หญิง และผู้หญิงที่หมดประจำเดือนจะมีความเสี่ยงมากกว่าผู้หญิงที่ยังไม่หมดประจำเดือน

ควรตรวจเช็คสุขภาพหัวใจได้จากการตรวจสุขภาพประจำปี หรือตรวจหัวใจโดยใช้เครื่องมือที่เฉพาะเจาะจงโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจ

5.โรคไขมันพอกตับ

เกิตจากไขมันไปสะสมในเซลล์ตับ ทำให้ตับเสื่อมหรือเสียหาย ทำให้ตับอักเสบ หรือมีพังผืด หากปล่อยไว้นานจะทำให้เนื้อตับตาย กลายเป็นโรคตับแข็ง และเป็นมะเร็งตับในที่สุด

ปัจจัยและความเสี่ยง

มีทั้งแบบที่เกิดจาก การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือเกิดโรคอ้วน

  • สำหรับโรคไขมันพอกตับที่มีสาเหตุจากการดื่มแอลกอฮอล์ หากดื่มแอลกอฮอล์เกินวันละ 2 หน่วย จะส่งผลเสียต่อเซลล์ตับได้อย่างรวดเร็ว (แอลกอฮอล์ 1 หน่วย = สก็อตช์ วิสกี้ เหล้าขาว เหล้ามีสี 1 แก้ว ขนาด 30 มิลลิลิตร หรือประมาณ 1 เป๊ก, ไวน์ 1 แก้ว ขนาด 100 มิลลิลิตร และเบียร์ 1 แก้ว ขนาด 285 มิลลิลิตร)
  • โรคไขมันพอกตับที่ไม่ได้มีสาเหตุจากการดื่มแอลกอฮอล์ มักพบในผู้ป่วยโรคอ้วน ทุกช่วงอายุ ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ โรคเบาหวานหรือภาวะดื้อต่ออินซูลิน โรคไขมันในเลือดสูง หรือปัจจัยทางพันธุกรรม หรือยาบางชนิด หรือผู้ที่ชอบรับประทานอาหารหวานหรือขนมหวานบ่อย ก็สามารถมีความเสี่ยงเป็นโรคไขมันพอกตับได้

6.โรคภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

การนอนกรม หรือหยุดหายใจขณะหลับ สามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิด

  • นอนกรนแบบธรรมดา คือการนอนกรนเสียงดังอย่างเดียว ถือเป็นภาวะที่ก่อความรำคาญต่อคู่สมรส หรือคนอื่นๆ ที่นอนร่วมห้อง ไม่มีผลกระทบมากต่อสุขภาพ
  • นอนกรนแบบมีหยุดหายใจ เกิดจากการที่มีทางเดินหายใจแคบมากในเวลาหลับ โดยที่เมื่อยังหลับไม่สนิทจะยังเป็นการกรนที่สม่ำเสมอ แต่เมื่อหลับสนิทจะเกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจ และจะมีช่วงหยุดกรนไปชั่วระยะหนึ่ง ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดการหยุดหายใจ (Obstructive sleep apnea) ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับการกลั้นหายใจ ช่วงที่หยุดหายใจนี้เอง ที่ทำให้เกิดอันตรายเนื่องจากระดับออกซิเจนในเลือดแดงจะลดต่ำลงอย่างมาก ทำให้เกิดความผิดปกติในการทำงานของอวัยวะต่างๆ เช่น หัวใจ ปอด และสมอง ยิ่งหยุดหายใจมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งส่งผลให้กลางวันง่วงมากหรือเพลียมากเท่านั้น รวมทั้งยังเป็นผลเสียต่อสุขภาพโดยมีโอกาสเสี่ยงมากขึ้นที่จะเป็นโรคความดันโลหิตสูง ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหัวใจขาดเลือด ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน และโรคของหลอดเลือดในสมอง

ปัจจัยและความเสี่ยง

  • โรคความดันโลหิตสูง
  • ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • โรคหัวใจขาดเลือด
  • กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน
  • โรคหลอดเลืยดในสมอง
  • โรคอ้วน

ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะไม่ได้สังเกตถึงความผิดปกติในขณะหลับของตนเอง บ่อยครั้งที่ผู้พบความผิดปกติเป็นคู่สมรสหรือคนใกล้ชิด อาการของภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับที่สำคัญ เช่น นอนกรน นอนกระสับกระส่าย เหงื่อออกมากในเวลากลางคืน ปวดศีรษะหลังตื่นนอน หลงลืมบ่อยๆ และ เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เป็นต้น

หากมีอาการดังกล่าวรุนแรงมากขึ้นควรพบแพทย์ เพื่อหาวิธีรักษาแต่ละบุคคลตามการวินิจฉัยของแพทย์

บทความน่าสนใจยังมีอีกเยอะ !!

HAVILAH.in.th

โรคซึมเศร้า
บทความ

5 อาหารต้านโรคซึมเศร้า ปัดเป่าอารมณ์ด้านลบ เพิ่มพลังบวกให้ชีวิต^^

เดี๋ยวนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักโรคซึมเศร้า “โรคซึมเศร้า” กลายเป็นความเจ็บไข้ได้ป่วยที่เกิดขึ้นและพบเจอ ได้ยินได้ฟังกันอยู่แ

ฝุ่น PM 2.5
บทความ

5 วิธีป้องกันฝุ่น 2.5 PM ภัยใกล้ตัว ฝุ่นละอองบุกรุกปอด ต้องดูแลตัวเอง!!

คงจะสังเกตได้ว่าบรรยากาศของประเทศไทยดูคล้ายกับถูกปกคลุมด้วยหมอกบางช่วงเช้าๆ ซึ่งความจริงแล้วสิ่งที่คิดว่าเป็นหมอกที่เห็น

5 วิตามิน
บทความ

5 วิตามิน ลดการล้า ฟื้นฟูสุขภาพชาวออฟฟิตให้แข็งแรง

ทำไมจึงเกิดอาการล้า เบลอ ไม่สดใส สมองตื้อ ไม่ไบรท์ จัดเป็นปัญหายอดฮิตสำหรับชาวออฟฟิศส่วนใหญ่ นอกจากจะทำให้หัวไม่แล่น สมอ